Investor Relations

Corporate's History

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ “ROJNA” จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในปี 2531 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทโครงการเขต/สวนอุตสาหกรรม พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อขาย ซึ่งดำเนินการโดยภาคเอกชน และได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการเขตอุตสาหกรรมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยโครงการแรกตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี 2537 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียน และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ต่อมาได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม 2538

ณ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน และ เรียกชำระแล้ว 2,020.46 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,020.46 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ

ปี รายละเอียด
2538
  • - เปิดตัวโครงการสวนอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 จังหวัดระยอง ถนนบ้านค่าย-บ้านบึง
  • - จัดตั้งบริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด (“RP”) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังการผลิต 122 เมกกะวัตต์ พร้อมทั้งไอนํ้ากำลังการผลิต 43 ตันต่อชั่วโมง
2540
  • - จัดตั้งบริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภคจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในเขต/สวน อุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง
2541
  • - จำหน่ายเงินลงทุนใน RP จำนวน ร้อยละ 39 ให้กับผู้ร่วมทุนบริษัท เอ็นเนอร์กี บาเดนเวอร์เท็มแบค อาเกียง แกเซล ชาร์ป จำกัด ซึ่ง ภายหลังผู้ร่วมทุนเยอรมันได้จำหน่ายเงินลงทุนใน RP ทั้งหมดให้กับบริษัท คันไซ เพาเวอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
2542-2544
  • - โรงงานไฟฟ้าของ RP เปิดดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยจำหน่ายให้ กฟผ. 90 เมกกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออกี 30 เมกกะวัตต์ และไอน้ำกำลังการผลิต 43 ตันต่อชั่วโมง จำหน่ายให้แก่โรงงานต่างๆ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งต่อมาได้ทำการเพิ่มทุนอีก 404 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 44 เมกกะวัตต์
2545
  • - เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน RP จากเดิม ร้อยละ 26 เป็น ร้อยละ 41 โดยซื่อหุ้นจากบริษัท โคเวนต้า เอ็นเนอร์ยี่ และเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมมาเป็นบริษัทย่อย
  • - ลงทุนในบริษัท ออปอเรชั่น แนล เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด (”OEG”) ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า จำนวน 25% ของหุ้นทั้งหมด
2546
  • - ลงทุนในบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) (“TICON”) เป็นเงินจำนวน 399 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 22.07 ของจำนวนหุ้นทีชำระแล้วทั้งหมด
  • - จัดตั้ง บริษัทย่อยคือ บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุด เพื่อเช่าและขาย
2555
  • - ขยายธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยการเข้าซื้อกิจการ 2 แห่ง คือ
    1. การเข้าซื้อกิจการของบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี จำกัด (เดิมชื่อบริษัท พรอสเพอริตี้ อินดัสเตรียล เอสเตท จำกัด) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และ
    2. บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ระยอง 2 จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท สวนอุตสาหกรรมปลวกแดง จำกัด) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
2557
  • - แสดงเจตจำนงที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ TICON ที่เหลือทั้งหมดจากการออกเพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable subscription right: TSR) รุ่นที่ 2 (“TICON-T2”) จำนวน 25.09 ล้านหุ้น
  • - ROJNA จะเข้าทำรายการภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ TICON มมี ติอนุมัติการจัดสรรหุ้นที่เหลือให้แก่บริษัทฯ โดยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ โดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Whitewash) และไม่มีข้อคัดค้านใดๆ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
2559
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อย จำนวน 2 บริษัท คือ บริษัท โป๋ ยโต่ว โรจนะ อินดัสเตรียล ซิตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และบริษัท โรจนะ อีทัช จำกัด ประกอบธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยบริษัทถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน
  • - ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,099 ล้านบาท เป็น 1,834 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญจำนวน 735 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท อนุมัติเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (“FPHT”) โดยเป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 18 บาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของ TICON หลังการเพิ่มทุน มีผลทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลงจากร้อยละ 43.55 เป็นร้อยละ 26.1 และจะปรับเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัท ไทคอน จากเงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นเงินลงทุนในร่วม และไม่นำงบการเงินของ ไทคอนมาจัดทำงบการเงินรวม และเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 บริษัท ไทคอน ได้รับชำระค่าหุ้นดังกล่าวและจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์
2560
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 มีมติอนุมัติให้ยกเลิกกิจการของบริษัทโรจนะ อีทัช จำกัด (บริษัทย่อย)ของบริษัท เนื่องจากธุรกิจไม่สอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการชำระ บัญชี
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 มีมติอนุมัติให้เข้าจองซื้อหุ้นสามัญ IPO ของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 20 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 45 บาท และบริษัทฯ ได้ทำการชำระ ค่าหุ้นดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
  • - และมีมติอนุมัติให้ บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัทย่อย) ร่วมลงทุนกับบริษัท เอสซี เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดตั้งบริษัทใหม่ ชื่อบริษัท เอสซีพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัย เพื่อจำหน่าย มีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท โดยบริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 42
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 6/2560 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 มีมติอนุมัติให้ร่วมลงทุนกับ บริษัท ไทคอน อินดัส เทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด เพื่อจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ ชื่อบริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด (มีสถานะเป็นบริษัทร่วมของบริษัท) ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยบริษัทถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 25
2561
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 มีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมด ที่บริษัทถือใน บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 478,699,619 หุ้น หรือสัดส่วนร้อยละ 26.10 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว ให้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด (“FAS”) ในราคาหุ้นละ 17.90 บาท โดยบริษัทได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นแบบมีเงื่อนไข คือบริษัทต้องได้รับการอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าวจากที่ ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งจะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 23 มีนาคม 2561 (วันที่ 2 เมษายน 2561 ได้รับเงิน จากการขายหุ้นสามัญไทคอน ครบ)
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 มีมติอนุมัติให้บริษัทยื่นประมูลซื้อสินเชื่อด้อย คุณภาพกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นลูกหนี้กลุ่มเอเพ็ค และบริษัทฯ ชนะการประมูล จึงได้ร่วมลงทุนกับบริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้ง จำกัด จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ รัชคาร จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรับซื้อ หรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและ ทรัพย์รอการขาย เพื่อนำมาบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป และบริษัทฯได้โอนสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้ รัชคารเป็นผู้บริหารต่อไป
  • - ขยายโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออก อีก 2 โครงการ คือ อำเภอหนองใหญ่ และเขาไม้แก้ว
  • - เพิ่มทุนในบริษัท ทีอาร์เอ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (บริษัทร่วมทุน) เพื่อนำเงินไปประมูลซื้อที่ดิน โครงการบางนา
  • - จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท ซากูระจูจิโรจนะ เมดิคัล จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์
2562
  • – ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2562 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติดังนี้
    1. มติให้เลิกกิจการของบริษัท เป๋ ยโต่ว โรจนะ อินดัสเตรียล ซิตี้ จำกัด เนื่องจากโครงการไม่มีความคืบหน้า
    2. อนุมัติให้บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัทย่อย) (51%) ร่วมทุนกับบริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด (49%) ทำการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ ชื่อบริษัท สเปคทรัลสิเหร่ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 102 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดที่อยู่อาศัยเพื่อจำหน่าย และโรงแรม
    3. อนุมัติให้บริษัทฯ (สัดส่วนการถือหุ้น 25%) ร่วมลงทุนกับบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (55%) และบริษัท ไทย-เจแปน จำกัด (20%) จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท บีไอจี โรจนะ ทีเจจี แก๊ส จำกัด ทุนจดทะเบียน 193 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไนโตรเจนเพื่ออุตสาหกรรม
  • - บริษัทฯได้ดำเนินการชำระบัญชีบริษัท เป๋ ยโต่ว โรจนะ อินดัสเตรียล ซิตี้ จำกัดเสร็จสิ้นแล้วและได้ทำการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 มีมติดังนี้
    1. อนุมัติให้เพิ่มทุนในบริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (บริษัทร่วมทุน) เพื่อนำเงินไปชำระค่าซื้อที่ดินที่ประมูลได้ สำหรับโครงการบางนา แปลงที่ 2
    2. อนุมัติให้เพิ่มการลงทุนหลักทรัพย์ FRASERS LOGISTICS TRUST (FLT SP) ในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 42.63 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.173 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัท (Treasury Stock) เพื่อการบริหารทางการเงิน จำนวนไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนชำระแล้วของบริษัท หรือวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อ ไม่เกิน 200 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นไม่เกิน 41 ล้านหุ้น ระยะเวลาในการซื้อตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 โดยเป็นการซื้อในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2563
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 มีมติอนุมัติให้ จัดตั้งบริษัท อาร์แอลเอ็น จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภท ติดตั้งบนหลังคา โดยให้บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด ร่วมลงทุนกับ บริษัท ลูป อิ้งค์ และ นิปปอน สตีล เทรดดิ้ง คอร์ปอเรชั่น โดยสัดส่วนการถือหุ้น 60, 35 และ 5% ตามลำดับ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 40 ล้านบาท
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 มีมติอนุมัติการเข้าซื้อเงินลงทุนของบริษัท อาร์ เจ เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ในมูลค่ารวม 138 ล้านบาท (แบ่งเป็นเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืม จำนวน 69.58 และ 68.42 ล้านบาท ตามลำดับ)
  • - เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 บริษัทฯ ได้ลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนอีกจำนวน 34,950,000 หุ้น ซึ่งบริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ได้เรียกชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนแล้ว ในราคา 10 บาทต่อหุ้น ทำให้มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าวมีจำนวนรวม 2,455.53 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน
  • - โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้นจำนวน 500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.03 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,700,000 บาท และสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
  • - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 มีมติอนุมัติให้ บริษัท ซากูระจูจิโรจนะ เมดิคัล จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 20 ล้านบาท ภายในไตรมาสที่ 4/2563 และอนุมัติให้ บริษัท บีไอจี โรจนะ ทีเจจี แก๊ส จำกัด กู้ยืมเงินจากผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน (ร้อยละ 25) จากจำนวนเงินกู้ทั้งหมด 144.50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 5.25% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี